การปั่นจักรยาน คือ การออกกำลังกายประเภทหนึ่งที่สามารถลดน้ำหนักได้จริงเพราะการปั่นจักรยานเป็นการเผาผลาญพลังงานได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับเทคนิคการปั่นจักรยานที่ถูกต้องด้วย ไม่อย่างนั้นแล้วปั่นไปปั่นมาขาใหญ่ลงพุงอย่างที่นักปั่นหลายคนกำลังเผชิญอยู่ ถ้าอยากหุ่นเฟิร์มสุขภาพดีต้องปั่นจักรยานอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน
1. ปรับทัศนคติที่ผิดๆเกี่ยวกับการปั่นจักรยานเพื่อสร้างกำลังใจ เช่น การปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายเฉพาะจุดเป็นความคิดที่ผิดเพราะตามธรรมชาติของมนุษย์ร่างกายจะดึงไขมันส่วนเกินออกมาใช้เองเวลาที่เราออกกำลังกายเราไม่สามารถกำหนดได้ ทำได้เพียงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างต่อเนื่อง
2. ก่อนออกสตาร์ทต้องอบอุ่นร่างกายก่อนเพื่อกระตุ้นความพร้อมของร่างกายและพยายามยืดกล้ามเนื้อบริเวณช่วงขาและสะโพกไว้เพื่อให้ร่างกายเตรียมความพร้อมสำหรับการปั่นจักรยาน

3. ปั่นจักรยานสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน ปั่นวันละ 60 นาที ด้วยความเร็ว 24 กิโลเมตร จะเผาผลาญได้ 600 กิโลแคลอรี ทั้งยังช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตและระบบหายใจทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย
4. ปรับเบาะให้สูงในระดับที่เท้าแตะพื้นได้เมื่อขาถีบไปที่บันไดจนสุดแล้วเข่าเหยียดเกือบตรง (งอประมาณ 5 องศา) ท่านี้จะทำให้ไม่ต้องใช้กำลังของกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้ามากเกินไปทำให้ไม่เมื่อยและได้กล้ามเนื้อต้นขาที่เรียวกระชับเพราะถ้าปรับเบาะต่ำกล้ามเนื้อจะต้องออกแรงในการถีบไปข้างหน้ามากทำให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นขาเป็นมัดใหญ่และทำให้เมื่อยเร็วขึ้น

5. เลือกดื่มเกลือแร่แทนเครื่องดื่มให้พลังงาน เพราะร่างกายต้องได้รับคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายเราสูญเสียจากการออกกำลังกายคนที่พยายามลดความอ้วนเลือกใช้แค่เครื่องดื่มเกลือแร่ก็เพียงพอเพราะร่างกายไม่ได้ต้องการคาร์โบไฮเดตรส่วนเกิน
6. ปั่นจักรยานแล้วอ้วนหรือผอม 90% ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินอาหาร ฉะนั้นท่องให้ขึ้นใจว่า calorie in ต้องน้อยกว่า calorie out
7. กินมื้อละ 1 จาน (1 ทัพพี) เมื่ออาหารเหลือคำสุดท้ายให้ดื่มน้ำเต็มแก้วจนหมดหายใจแบบโยคะคือเข้าลึกสุดเบ่งพุงให้ใหญ่สุดแล้วหายใจออกสุดพุงแฟ่บสุดทำช้าๆหลายๆครั้งพยายามงดของหวานอย่างน้ำอัดลมหรือกาแฟใส่นมนี่ต้องลดละเลิกเลยยิ่งดี






