การบริการทำ Bike Fitting โดยฟิตเตอร์ ที่ผ่านการอบรม ที่คอยให้ให้บริการด้วยระบบ Smartfit Q5 (ที่มาของเทคโนโลยี และความร่วมมือ) ปัจจุบันเปิดบริการให้สำหรับจักรยานประเภท Performance ได้แก่ จักรยานเสือหมอบ จักรยานเสือภูเขา และจักรยานไตรกีฬา หรือจักรยานประเภททาร์มไทรอัล อย่างไรก็ตามก่อนการเข้ามาใช้บริการ จะต้องโทรนัดเพื่อจองคิวล่วงหน้าก่อน ซึ่งเปิดบริการทุกวัน และเลือก 2 ช่วงเวลาได้แก่ 9.00-12.00 น. หรือ 13.00-16.00 น. โดยจะใช้เวลาในการทำประมาณ 3-4 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับกรณี และมีค่าบริการอยู่ที่ 5,000 บาท ต่อครั้ง (คลิกเพื่อรับโปรโมชั่น) และติดตามแก้ไขอีกได้อีก 2 ครั้งหลังจากทำครั้งแรก
สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับผู้ทำ Bike Fitting

1. ชุดปั่นจักรยานแบบฟิตพอดีตัว (หากมีเอี๊ยมกางเกง ทางเราขอแนะนำ)
2. รองเท้าคลีท (รองเท้าปั่นจักรยาน)
3. ควรรับประทานอาหารก่อนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
ควรทำการรวบรวมข้อมูลในการปั่นของท่าน หรืออาการที่ส่งผลกระทบในการปั่นของท่านที่ผ่านมา รวมถึงเป้าหมายในการปั่นของท่านในอนาคตอันใกล้ และไกล หรือคำถามอื่นๆที่ท่านสงสัย เพื่อใช้ในการพูดคุย วิเคราะห์ และหาทางปรับแก้ไขร่วมกัน

ขั้นตอนการให้บริการทำ Bike Fitting
การให้บริการทำ Bike Fitting แบบเต็มรูปแบบ ด้วยเครื่อง Optima Smartfit Q5 ทำโดย “ฟิตเตอร์” ผู้ผ่านหลักสูตรแล้วเท่านั้น จะมีขั้นตอนในการทำหลายขั้นตอน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ทางเราจึงแนะนำให้ท่านเผื่อเวลาในการทำ เพื่อไม่ให้เป็นการเร่งรีบ และได้ประโยชน์ในการทำฟิตติ้งอย่างสูงสุด ในขั้นตอนแต่ละขั้นตอนจะต้องให้ทั้งทักษะ ประสบการณ์ ความรู้ของทั้งตัวฟิตเตอร์ผู้ให้บริการ รวมไปถึงระบบคอมพิวเตอร์ ที่พัฒนาโดย Radlabor แลปจักรยานจากประเทศเยอรมัน ในนาม Smartfit Q5 ซึ่งเป็นเครื่อง Dynamic Fitting System รุ่นที่ดีที่สุด ครบเครื่องที่สุดของ Radlabor โดยขั้นตอนในการทำหลักๆแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่:

Interview History พูดคุย สอบประวัติการปั่น
คือ การสัมภาษณ์และ สอบถามประวัติข้อมูลของนักปั่นรวมถึงทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปั่นจักรยาน ปัญหาอาการเจ็บปวดต่างๆ เป้าหมายของการมา Fitting จดบันทึกผ่านโปรแกรม Smartfit Q5 เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานลงใน สำหรับการวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อการปั่นจักรยาน และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปั่นให้สูงสุด

Body Scan การสแกนบุคคล
การทำ Body Scan หรือ การทำ Physical Assessment คือการที่ฟิตเตอร์จะทำการตรวจเช็คร่างกาย ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น ตรวจเช็คตำแหน่งความเหมาะสมของคลีทบนรองเท้า และดูลักษณะทางกายภาพของนักปั่น ตามด้วยการใช้เครื่อง Smartfit Q5 สแกนร่างกาย 14 จุด ด้วยการขึ้นไปยืนบนเครื่อง แล้วให้ฟิตเตอร์ผู้เชี่ยวชาญบันทึกจุดสรีระด้วยระบบเซนเซอร์พิเศษ โดยการกดปุ่มเพื่อบันทึกข้อมูลเฉพาะของผู้ปั่นคนนั้นๆเข้าสู่ระบบ Smartfit Q5 เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ และคำนวณในลำดับต่อไป

Bike Scan การสแกนจักรยาน
มีหลักการ และวิธีคล้ายกับ Body Scan แต่เป็นการทำกับจักรยานแทนคน ด้วยการนำจักรยานขึ้นเครื่อง Smartfit Q5 สแกนวัดสัดส่วนของจักรยานก่อนที่จะถูกปรับแต่ง ด้วยระบบเซนเซอร์พิเศษ ในทุกจุดสำคัญ ระบบจะบันทึกอัตโนมัติเข้าสู่โปรแกรม Smartfit Q5 และสามารถคำนวนการปรับแต่งที่เหมาะสม และพร้อมเข้าสู่การทำไบค์ฟิตติ้งอย่างสมบูรณ์แบบต่อไป

Motion Analysis จับภาพเคลื่อนไหวการปั่น
คือ การจับการเคลื่อนไหวด้วยโปรแกรม VDO Analysis บันทึกท่าทางการปั่น เพื่อดูมุมต่างๆบนร่างกาย ระบบกล้อง 4 ตัว ที่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะ และเป็น Spec ที่ผลิตจากประเทศเยอรมัน ซึ่งจะทำการบันทึกข้อมูลท่าทาง และบรรจุเข้าสู่ฐานข้อมูลส่วนตัวของผู้ปั่น จากนั้นฟิตเตอร์ จะทำการวิเคราะห์และทำการปรับแต่งจักรยานให้เหมาะสมกับนักปั่น เพื่อแก้ไขอาการบาดเจ็บต่างๆของนักปั่น รวมถึงการบรรลุวัตถุประสงค์ของการมาทำ Fitting ครั้งนี้

Smartfit Media Report รายงานผล
คือ การสรุปผลการทำ Bike Fitting โดยจะมีรายละเอียดข้อมูลนักปั่น และข้อมูล Body Scan & Bike Scan ทั้งก่อนและหลังปรับจักรยาน พร้อมทั้งการให้คำแนะนำ จากฟิตเตอร์ ซึ่งข้อมูล Report ทั้งหมดจะถูกเก็บอยู่ในฐานข้อมูลของ Smartfit Q5 พร้อมถูกอัพโหลดออนไลน์ไปยัง Radlabor แลปจักรยานที่ประเทศเยอรมัน

การใช้บริการทำ Dynamic Fitting System ด้วยระบบ Optima-Smartfit Q5 ผู้ใช้บริการในครั้งแรก สามารถนัด Follow Up เพื่อแก้ไขในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หรือมีอาการอื่นๆเพิ่มเติมหลังจากการทำฟิตติ้งในครั้งแรก ได้อีก 2 ครั้ง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม อย่างไรก็ตามปัจจุบันการทำ Bike Fitting ด้วยระบบนี้ ปัจจุบัน สามารถทำได้เฉพาะที่ Optima Head Office เท่านั้น ตามแผนที่ดังนี้:






